เดินเครื่องหลักสูตรใหม่ปี 57ฝัน

วันที่ 25 มิ.ย. 2556
ผู้เข้าชม : 820
คอลัมน์: การศึกษา: เดินเครื่องหลักสูตรใหม่ปี '57ฝัน 'ครูสอนน้อย-เด็กรู้เยอะ'



ใกล้เป็นความจริงไปทุกขณะสำหรับการปฏิรูปหลักสูตรและตำราการศึกษาขั้นพื้นฐาน ตามนโยบายของ นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ที่ต้องการให้เด็กใช้เวลาเรียนในห้องเรียนน้อย แต่ได้ความรู้เยอะ

เพราะที่ผ่านมาเด็กไทยเรียนถึง 1,000-1,200 ชั่วโมงต่อปี เรียนเนื้อหาตำราเยอะจนสะพายกระเป๋าหลังแอ่น แต่กลับได้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนต่ำเมื่อเทียบกับบางประเทศที่เรียนแค่ 600-800 ชั่วโมงต่อปี แต่กลับได้ผลสัมฤทธิ์ที่สูงกว่า

โดยขณะนี้คณะทำงาน 6 ชุด ที่เป็นคณะทำงานย่อยของคณะกรรมการปฏิรูปหลักสูตรและตำราการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่มี นายภาวิช ทองโรจน์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการ ศธ. เป็นประธาน ได้ปรับรื้อหลักสูตรคืบหน้าไปมากแล้ว คาดว่าภายในเดือนกันยายนนี้น่าจะแล้วเสร็จ

จากการเปิดเผยของนายภาวิช ระบุว่า หลักสูตรใหม่ จะแบ่งการจัดการศึกษาระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา ออกเป็น 6 กลุ่มสาระวิชา ได้แก่ 1.กลุ่มภาษาและวรรณกรรม 2.วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์และเทคโนโลยี 3.เทคโนโลยีสารสนเทศ 4.สังคมและความเป็นมนุษย์ 5.โลก ภูมิภาคและอาเซียน และ 6.ชีวิตกับโลกของงาน

โดยคณะทำงานกลาง จะมาดูความเชื่อมโยงและความซ้ำซ้อนใน 6 กลุ่มของสาระวิชา ซึ่งหากเจอว่าซ้ำซ้อน ก็ต้องบูรณาการให้สั้นลง ส่วนของระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ใและ 2 จะเน้นทักษะ คณิตศาสตร์ ภาษาไทย และภาษาอังกฤษ ส่วนวิชาที่เหลือ จะนำ 6 กลุ่มสาระวิชา มารวมแล้วแยกเป็น 4 วิชา ได้แก่ 1.บ้านของเรา โลกของเรา 2. ชีวิตกับการเรียนรู้ จะทำอย่างไรถึงจะสร้างความอยากรู้อยากเห็นของนักเรียน 3.เด็กในวิถีประชาธิปไตย เป็นการเรียนรู้เพื่ออยู่ในสังคมแบบมีส่วนร่วม ความมีจิตสาธารณะ ศาสนา และ 4.ศิลปะและพลานามัยเพื่อชีวิต

การจัดหลักสูตรสำหรับระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-2 ดังกล่าว ก็เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อม ส่วนตั้งแต่ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ขึ้นไป จะจัดการศึกษาออกเป็น 6 กลุ่มสาระวิชา แต่จะมีรายละเอียดที่แตกย่อยออกไปในแต่ละระดับชั้น เช่น ในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย จะเน้นการเรียนในทางลึกมากขึ้น โดยจะมีการแยกวิชาออกเป็นฟิสิกส์ เคมี ชีววิทยา รวมทั้งจะมีทางเลือกให้กับนักเรียนเพื่อเรียนต่อในมหาวิทยาลัย และสำหรับนักเรียนที่ไม่ต้องการเรียนต่อมหาวิทยาลัย จะให้ทางเลือกเพื่อเรียนต่อสายอาชีพระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ซึ่งในหลักสูตรเดิมนั้น จะมีทางเลือกให้กับนักเรียนมัธยมศึกษาตอนปลายเพื่อการเรียนต่อในมหาวิทยาลัยเท่านั้น ส่วนเด็กที่ไม่ได้เรียนต่อ จะไม่ได้มีการส่งเสริมหรือให้ทางเลือกอะไร

"เนื้อหาของหลักสูตรใหม่ อาจจะไม่เปลี่ยนมาก เพราะจริงๆ แล้วเนื้อหาที่ใช้ในการเรียนการสอนได้มีการปรับเปลี่ยนมาเป็นลำดับอยู่แล้ว เพียงแต่หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานที่ใช้ในปัจจุบันจะมี 8 กลุ่มสาระวิชา แต่ของใหม่จะเหลือเพียง 6 กลุ่มสาระ ซึ่งตำราต่างๆ อาจจะต้องค่อยๆ ปรับปรุง โดยอาจจะต้องใช้เวลาประมาณ 3 ปีนับจากมีการประกาศใช้"นายภาวิช กล่าว

หลักสูตรใหม่ จะกำหนดทักษะที่เด็กจำเป็นต้องใช้ 10 ประการเมื่อจบการศึกษา อาทิ ทักษะด้านไอซีที การงานและอาชีพ เป็นต้น ส่วนการเรียนการสอนไม่ได้ลดการเรียนรู้ แต่จะลดการเรียนในห้องเรียน เพิ่มกิจกรรมนอกห้องเรียน โดยจะต้องเน้นประสบการณ์เรียนรู้ใน 6 ด้าน ได้แก่ 1.การอ่านเพื่อการเรียนรู้ ต่อไปครูต้องกระตุ้นให้เด็กอ่านมากขึ้น 2.การเรียนการสอนแบบโครงการ ทั้งด้านสังคม ศาสนา วิทยาศาสตร์ และจะนำไปสู่ทักษะที่พึงประสงค์ เช่น การค้นหาปัญหา การทำงานร่วมกับผู้อื่น 3.ไอซีที 4.คุณธรรมและจิตสาธารณะ 5.ความเป็นประชาธิปไตย และ 6.อาชีพ

ทั้งนี้ การปรับหลักสูตรใหม่ จะทำให้ลดชั่วโมงเรียนในห้องเรียนลง โดยระดับประถมศึกษา จะเหลือการเรียนในห้องเรียนประมาณ 600 ชั่วโมงต่อปี และจะเรียนนอกห้องเรียน 400 ชั่วโมงต่อปี จะมีผลทำให้นักเรียนเรียนในห้องเรียนเพียง 5 คาบต่อวัน จากเดิมเรียนประมาณ 6-7 คาบ ส่วนมัธยมศึกษา จะเหลือ 6 คาบต่อวัน

โดยในวันที่ 27 มิถุนายนนี้ นายภาวิช จะประชุมหารือกับคณะทำงานทั้ง 6 ชุดเพื่อพิจารณาหลักสูตรที่แต่ละส่วนรับผิดชอบอยู่ จากนั้นนำมาประกอบเป็นหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานแห่งชาติ ก่อนนำเสนอที่ประชุมคณะกรรมการการปฏิรูปหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานแห่งชาติ ซึ่งมีรัฐมนตรีว่าการ ศธ. เป็นประธาน พิจารณา
คาดว่าในปีการศึกษา 2557 จะเริ่มนำร่องใช้หลักสูตรรอบแรกในโรงเรียนที่เป็นเครือข่ายของสถาบันอุดมศึกษาจำนวน 30 แห่ง รวมประมาณ 3,000 โรงเรียน ครอบคลุมทั้งสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) และโรงเรียนสาธิตต่างๆ และจะให้โรงเรียนนำร่องสร้างเครือข่ายโรงเรียนแห่งละ 10 แห่ง ซึ่งจะทำให้ขยายโรงเรียนที่ใช้หลักสูตรใหม่เป็น 30,000 กว่าแห่ง

ขณะที่ นายพินิติ รตะนานุกูล ผู้ตรวจขราชการ ศธ. ในฐานะประธานคณะทำงานกลุ่มโลก ภูมิภาคและอาเซียน ระบุว่า กลุ่มโลก ภูมิภาคและอาเซียน มีความคืบหน้าในการดำเนินงานเกือบ 100% แล้ว โดยกลุ่มนี้ จะเป็นวิชาที่เชื่อมโยงเรื่องประวัติศาสตร์ สังคม รวมถึงเรื่องอาเซียน โดยเฉพาะประวัติศาสตร์ ที่จะต้องเขียนขึ้นใหม่ เพราะที่ผ่านมาประเทศใดเขียนประวัติศาสตร์ ก็จะเข้าข้างตัวเอง ทำให้เกิดความขัดแย้ง แต่ในหลักสูตรใหม่จะเขียนประวัติศาสตร์ที่สร้างความเข้าใจที่ดีร่วมกัน และหลักสูตรในกลุ่มของตนเองจะต้องมีความเชื่อมโยงกับกลุ่มอื่นๆ ด้วย เพื่อให้การเรียนการสอนเป็นไปตามเป้าหมาย ที่ต่อไปเยาวชนในยุคศตวรรษที่ 21 จะต้องรู้เท่าทันในเรื่องต่างๆ อย่างรอบด้าน อาทิ รู้เท่าทันการเปลี่ยนแปลงของโลก ไอที เป็นต้น

โดยในการประชุมวันที่ 27 มิถุนายนนี้ แต่ละกลุ่มจะมาดูว่าแต่ละวิชาจะมีความเชื่อมโยงกันตรงจุดใดบ้าง ถือเป็นความก้าวหน้าของการปฏิรูปหลักสูตร ซึ่งจากนี้ต้องลุ้นว่าตำราเรียน รวมถึงผู้ปฏิบัติอย่างครูและบุคลากร จะสามารถนำมาปฏิบัติให้เกิดผลตรงตามเป้าหมายแค่ไหน 

ล่าสุดผู้อำนวยการโรงเรียนดังต่างออกมาขานรับกับการปรับหลักสูตร

จากนี้โจทย์ใหญ่ของการปฏิรูปให้เกิดผลสัมฤทธิ์คงอยู่ที่ครู เพราะหากครูไม่เข้าใจ...ต่อให้หลักสูตรดีและตำราเจ๋งแค่ไหน ผลสัมฤทธิ์ก็ไปไม่ถึงตัวเด็กอยู่ดี
ข่าวอื่นๆที่เกี่ยวข้อง
ประชาสัมพันธ์
Feature
Link การศึกษา